เจ้าของร้าน: cchaw ส่งข้อความ

ความน่าเชื่อถือ: 0

จำนวนสินค้า: 45

พื้นที่: อุดรธานี

เปิดร้านเมื่อ: 2009-08-04

เยี่ยมชมทั้งหมด: 275950

ที่อยู่: 244/2 ถ.โพศรี อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000

เบอร์โทรศัพท์: 042-221609

ค้นสินค้าในร้านค้า

ตรวจพัสดุส่งทางไปรษณีย์

 

ฤษฏีอวัยวะตัน-อวัยวะกลวง ?????

 

    ตามทฤษฎีแพทย์จีนแบ่งอวัยวะออกเป็น 2 พวกคือ

     1.       วัยวะภายตันทั้ง 5????ได้แก่  ตับ (?)   หัวใจ (?)  ม้าม (?)  ปอด (?)  ไต  ( ?) อวัยวะภายในทั้งห้า จัดว่าเป็น?  มีหน้าที่สร้างและเก็บสารจำเป็น  แต่ไม่ทำหน้าที่กำจัด  สะสมสารจำเป็นของชีวิตและควบคุมการไหลเวียนของพลังลมปราณและเลือด  นอกจากนี้ยังนับรวมถุงหุ้มหัวใจ????ด้วยเป็นอวัยวะตันอีกชนิดหนึ่ง
     
2.       อวัยวะกลวงทั้ง 6 ????ได้แก่  ถุงน้ำดี  (?)   ลำไส้เล็ก (??)  กระเพาะอาหาร  (?)   ลำไส้ใหญ่ (??)  กระเพาะปัสสาวะ (??)  และซานเจียว (??)   อวัยวะกลวงทั้งห้า จัดว่าเป็น?ทำหน้าที่เกียวกับการย่อย  ดูดซึมและขับถ่าย
     
3.       อวัยวะกลวงพิเศษทั้ง 6??????ได้แก่ สมอง (?)    ไขสันหลัง (?)   กระดูก  (?)  เส้นเลือด (?)  ถุงน้ำดี(?)  มดลูก (???)  เนื่องจากภายในมีลักษณะกลวงเหมือนอวัยวะกลวง และทำหน้าที่เก็บสะสมสารจำเป็นและลมปราณเหมือนอวัยวะตันจึงเรียกว่าเป็น อวัยวะกลวงพิเศษทั้งหก และจัดว่าเป็น?
     อวัยวะตันและกลวงจะแบ่งเป็นยิน
-หยาง  และจะมีความสัมพันธ์เป็นคู่ๆ โดยมีเส้นลมปราณเชื่อมโยงอยู่ระหว่างคู่กัน  กล่าวคือ ตับคู่กับถุงน้ำดี  หัวใจคู่กับลำไส้เล็ก  ม้ามคู่กับกระเพาะอาหาร  ปอดคู่กับลำไส้ใหญ่  ไตคู่กับกระเพาะปัสสาวะ  เยื่อหุ้มหัวใจกับซานเจียว

 

ตับ  มีหน้าที่

1.  ??,????   สะสมเลือด  และปรับปริมาณเลือดให้คงที่  เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวเลือดจากตับจะไหลไปยังเส้นลมปราณต่างๆ  เพื่อสนองความต้องการของร่างกาย  เมื่อร่างกายหยุดพักเลือดจะไหลกลับมาสะสมในตับ

2.  ???แผ่ซ่านลมปราณให้ทั่วถึงตลอดภายในร่างกาย   ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมปราณและเลือด  และของเหลวในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมดุล ตลอดจนควบคุมในด้านจิตใจและอารมณ์

3. ???????ตับกำหนดเส้นเอ็นและเล็บ เพราะต้องอาศัยเลือดมาหล่อเลี้ยง 

4. ????ตาเป็นประตูของตับ  เพราะต้องอาศัยเลือดมาหล่อเลี้ยง 

5.  ตับสัมพันธ์กับถุงน้ำดี

     ถ้าตับผิดปกติจะมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์  เช่นความโกรธและอารมณ์ผันผวนได้  ปวดเสียวแน่นสีข้าง  ตาแห้ง  มองไม่ชัด  มองไม่เห็นตอนกลางคืน  ตาจะบวมแดง  สู้แสงไม่ได้น้ำตาไหล  ลมตับมีอาการหน้ามืด  วิงเวียน  ตาลาย  ลิ้นสั่น  ร่างกายแขนขาชา  กล้ามเนื้อกระตุก  เป็นตะคริว  จุกแน่นใต้ลิ้นปี่เพราะพลังตับถูกขัดขวาง 

หัวใจ  มีฐานะเป็นตัวนำของอวัยวะภายในทั้งหมด ?????????และทำงานร่วมกับ  “ถุงหุ้มหัวใจ”   หน้าที่ของหัวใจมีหน้าที่ดังนี้คือ

1. ???กำหนดชีพจร  ควบคุมการไหลเวียนของเลือด สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆทั่วร่างกาย

2. ???ควบคุมความรู้สึกนึกคิดและจิตใจกหัวใจ แล้วแตกแขนงกระจายไปทั่วร่างกาย  ที่ใบหน้ามีเส้นเลือดมากมาย ดังนั้นสีของใบหน้าสามารถบอกถึงการทำงานของหัวใจ ว่าหัวใจมีแรงสูบฉีดเลือดและมีปริมาณเลือดเพียงพอหรือเปล่า

3. ??????   ลิ้นเป็นอวัยวะเชื่อมโยงหัวใจอย่างใกล้ชิด  เนื่องจากเลือดและลมปราณไหลเวียนผ่านหัวใจส่งไปหล่อเลี้ยงที่ลิ้น  โดยเฉพาะที่ปลายลิ้น

      4. สัมพันธ์กับลำไส้เล็ก
          
ถ้าหัวใจผิดปกติจะมีอาการสีหน้าซีดเผือก  ลิ้นซีด ชีพจรเบาไม่สม่ำเสมอ  ใจสั่น  หายใจขัด  เหงื่อออก  พบในเลือกหรือพลังหัวใจไม่พอ  ด้านสติสัมปชัญญะถ้าเลือดหัวใจไม่พอจะนอนไม่หลับ  ฝัน  ตกใจ  ขี้ลืม  ถ้าพลังมากเกินจะกระวนกระวาย  นอนหลับไม่สนิท

      ม้าม  เป็นส่วนสำคัญของพลังหยางในร่างกาย   หน้าที่ของม้ามมีดังนี้คือ
      
1.  ?????ควบคุมการย่อยและดูดซึมสารอาหาร  อาหารเมื่อถูกย่อยที่กระเพาะอาหารแล้วม้ามจะลำเลียงสารจำเป็นไปสู่ปอดเพื่อส่งไปทั่วร่างกาย   และสารจำเป็นที่ได้จะเป็นพื้นฐานในการสร้างเลือด  ม้ามยังทำหน้าที่ปรับดุลการใช้และขับถ่ายของเหลวในร่างกายอีกด้วย  ถ้าม้ามชื้น(พร่อง)จะเกิดการคั่งน้ำหรือท้องร่วงได้  เนื่องจากม้ามชอบแห้งกลัวชื้น (????)

      2.  ???ควบคุมการไหลเวียนเลือด ให้ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือด  ถ้าม้ามพร่องจะมีเลือดออกง่าย มีจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง ประจำเดือนมาก
      
3.  ????ลมปาณม้ามแผ่กระจายขึ้นบน  ลำเลียงสารจำเป็นของเหลวไปยังปอด  เพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ยึดเหนี่ยวอวัยวะให้อยู่ตำแหน่งปกติ

      4. ?????????????ม้ามดูดซึมและส่งสารอาหารมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและแขนขาให้เจริญแข็งแรง  รวมถึงริมฝีปากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกล้ามเนื้อเช่นเดียวกัน
      
5. ?????  ปากเป็นประตูของม้าม การรับประทานอาหาร การรับรู้รสชาติของอาหาร
      
6. สัมพันธ์กับกระเพาะอาหาร

          ถ้าม้ามมีความผิดปกติจะเกิดอาการ  อาหารไม่ย่อย  เบื่ออาหาร  ท้องอืด  ปวดท้อง  ท้องเดิน  ขาดอาหาร  ผอม  อ่อนเพลีย ริมฝีปากซีด บวมหรือท้องมาน  ลิ้นเป็นฝ้าหนา  ดีซ่าน  ปัสสาวะเป็นเลือด  ตกเลือดหรือประจำเดือนมามากเกินไป  มดลูกหย่อน ทวารหนักโผล่  หรือเกิดอาการหยางพร่องคือจะมีอาการอ่อนเพลีย  ไม่มีแรง  ชอบร้อน  กลัวเย็น  หน้าและริมฝีปากซีด  ชีพจรอ่อน

     ปอด
  หน้าที่ของปอดมีดังนี้คือ
     
1. ??????ควบคุมลมปราณ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต  ควบคุมการหายใจ
     
2. ??????  ควบคุมการแผ่กระจายของลมปราณ  โดยแผ่กระจายขึ้น กระจายออกข้างนอกลงล่าง ช่วยให้เลือดและลมปราณไหลเวียนพาสารอาหารและน้ำไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย และช่วยขับของเสียส่วนเกินต่างๆออกทางลมหายใจ  ทางเหงื่อ และขับถ่ายของเสียออกทางทวาร
     
3.  ????ควบคุมการลำเลียงของเหลวในร่างกายให้เป้นไปอย่างสมดุลกัน      4.  ?????????สัมพันธ์กับผิวหนังและขน  การขับเหงื่อและการต่อต้านอิทธิพลจากภายนอก  ความร้อน  เย็น  ชื้น  ลม  ต่างๆที่เป็นปัจจัยให้เกิดโรค
     
5.  ????จมูกเป็นประตูของปอด  เนื่องจากจมูกเป็นทางผ่าเข้าออกของลมหายใจ และรับกลิ่น
     
6.  สัมพันธ์กับลำไส้ใหญ่  พลังปอดเคลื่อนที่ลงล่างทำหน้าที่ช่วยลำไส้ใหญ่ขับถ่ายของเสียและดูดซึมของเหลว  ถ้าลำไส้ใหญ่เสียหน้าที่  ทำให้พลังปอดถูกขัดขวาง  ลงล่างไม่ได้จะเกิดอาการหอบหืด  ถ้าปอดมีความผิดปกติจะเกิดอาการไอหอบ  ไอมีเสมหะ ไอเป็นเลือดจากปอดร้อนหรือยินพร่อง  อาการทางจมูกเป็นหวัด  คัดจมูก  เลือดกำเดาออก  คันคอ  หน้าบวม  หนังตาบวม  แขนขาบวม  อาจเกิดจากพลังปอดถูกขัดขวาง

     
ไต  มีหน้าที่ดังนี้
     
1.???????????????เก็บสารจำเป็นของชีวิต  ทั้งด้านการกำเนิดชีวิต และการดำรงชีวิต เกี่ยวกับการเผาผลาญ การสันดาปในร่างกาย (metabolism) จะหล่อเลี้ยงและไหลเวียนไปทั่วร่างกาย  ไตสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตและการสืบพันธ์
     
2.  ???ควบคุมการไหลเวียนและสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกาย  น้ำเสียที่ไม่มีประโยชน์หรือมีมากเกินจะถูกส่งไปที่กระเพาะปัสสาวะและขับออกไปเป็นปัสสาวะ ทำให้ม้ามลำเลียงของเหลวได้เป็นปกติ
     3.  ???สัมพันธ์กับการหายใจของปอด ไตเป็นผู้รับลมปราณที่เคลื่อนที่ลงมาจากปอด ทำให้หายใจเข้าออกสะดวก มีจังหวะสม่ำเสมอ
     
4. ?????????????????????สารจำเป็นของไตสร้างสมองและ ไขสันหลัง    เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน  เลี้ยงบำรุงเส้นผมและขน  ถ้าไตแข็งแรงจะทำให้พละกำลังดีและสมองเป็นปกติ
     
5. ???????  หูเป็นประตูของไต เกี่ยวข้องกับการได้ยิน  และยังเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และการขับถ่ายปัสสาวะกับอุจจาระ
     
6. สัมพันธ์กับกระเพาะปัสสาวะ
            ถ้าไตผิดปกติจะมีอาการบวม  คือการคั่งค้างของของเหลวในร่างกาย  อุจจาระปัสสาวะจากไตหยางพร่อง  ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้  ท้องร่วง  ไตยินพร่อง ทำให้ปัสสาวะน้อย  ท้องผูก  มีความผิดปกติของการสืบพันธ์เป็นหมัน  น้ำอสุจิเคลื่อน  กามตายด้าน  ปวดหลัง  ปวดเอว  เฉื่อย  ซึม  อ่อนเพลีย  ขี้ลืม  เมื่อยเอว  มือเท้าอ่อนไม่มีแรง อ่อนเปลี้ย  ร้อนอุ้งมืออุ้งเท้า  คอแห้ง

 

     ถุงน้ำดี (?)    ????มีหน้าที่เก็บน้ำดี  ทำหน้าที่ร่วมกับตับ  กำหนดการตัดสินใจ  หมายถึงความสามารถในจิตสำนึกในการตัดสินปัญหา  ถุงน้ำดีจัดเป็นอวัยวะพิเศษโดยไม่เชื่อมโยงกับภายนอกโดยตรง  ถ้าถุงน้ำดีผิดปกติจะมีอาการดีซ่าน  ผิวเหลือง  ตาเหลือง  มึนงง  การรับรสในปากเลวลง  ปวดสีข้าง  อาเจียนเป็นน้ำดี  โกรธง่าย  หลับไม่สนิทและฝันร้าย  หนาวๆร้อนๆ

     ลำไส้เล็ก(??)    ???????????รับอาหารบางส่วนผ่านจากกระเพาะอาหารมา  แล้วส่งไปยังม้าม  และส่งส่วนที่เหลือจากการย่อยไปยังลำไส้ใหญ่หรือกระเพาะปัสสาวะเพื่อขับถ่ายออกจากร่างกาย  ถ้าลำไส้เล็กผิดปกติจะกระทบกระเทือนการลำเลียงของเหลว  จะเกิดอาการเบาขัดหรือท้องเสีย  ลำไส้เล็กสัมพันธ์กับหัวใจ  ถ้าไฟหัวใจมากเกินไปทำให้มีเลือดออกในอุจจาระหรือปัสสาวะได้

     กระเพาะอาหาร (?)    ????????????ทำหน้าที่รับและย่อยอาหารต่างๆ จนได้”สารจำเป็น”  มีความสัมพันธ์กับม้าม  ถ้ากระเพาะอาหารมีความผิดปกติจะมีอาการสะอึก  หายใจเสียงดัง  อาเจียน  ท้องผูก

     ลำไส้ใหญ่ (??)   ?????  หน้าที่คือรับสิ่งที่ผ่านการย่อยจากลำไส้เล็ก  ดูดซึมและขับถ่าย  ถ้าลำไส้ใหญ่ผิดปกติจะมีอาการท้องร่วง  บิด  ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือท้องผูก

     กระเพาะปัสสาวะ(??)   ???????????ทำหน้าที่รับและขับถ่ายปัสสาวะ  โดยอาศัยไต  ถ้ากระเพาะปัสสาวะถูกกระทบกระเทือนจะเกิดอาการปัสสาวะคั่ง  กลั้นปัสสาวะไม่อยู่  ถ่ายปัสสาวะมาก  เบาเป็นเลือด

     ซานเจียว(??)    ??????????????????????????? เป็นทางผ่านของของเหลว  จากส่วนบนตั้งแต่ปอด  หัวใจและหัว  ลงมาส่วนกลางคือกระเพาะอาหารและม้าม  ส่งต่อไปยังส่วนล่างคือตับ  ไต  และอวัยวะเพศ  เพื่อขจัดของเสียออกจากร่างกาย  เป็นแนวคิดหนึ่งที่ใช้ในการวิเคราะห์โรค

ที่มา http://cmed.hcu.ac.th/